ของริมรั้ว ประโยชน์เพี ยบ

น้ำตาลในเลือดสูง(Hyperglycemia)เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติ โดยทั่วไปการตรวจจะใช้เกณฑ์วัดระดับน้ำตาลก่อนรับประทานอาหารในตอนเช้า ผู้ที่เข้ารับการตรวจต้องอดอาหารอย่างน้อย8ชั่วโมงในคืนก่อนตรวจ ซึ่งระดับน้ำตาลที่ปกติคือประมาณ70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แต่หากค่าที่ได้สูงกว่า100มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไปจะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและไม่ได้รับการรักษานั้นอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนโดยส่งให้เส้นประสาทหลอดเลือด หรืออวัยวะต่างๆถูกทำลายจนมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมาได้

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงน้ำตาลในเลือดสูงมักไม่มีอาการบ่งบอกในช่วงแรกแต่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้เมื่อระดับน้ำตาลสูงเกิน200มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไปอาจใช้เวลาหลายวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ จึงจะแสดงอาการอย่างค่อยเป็นค่อยไปบางรายที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่2เป็นเวลานานอาจไม่มีอาการผิดปกติแม้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ถ้าต้องการช่วยลดน้ำตาลในเลือດด้วยอะไรที่ไม่ใช่ยา ลองมองหาผักพื้นบ้านช่วยลดน้ำตาลในเลือດดูไหมคะเพราะผักลดน้ำตาลในเลือດมีอยู่หลายชนิดเลยทีเดียวแถมบางชนิดยังเป็นผักที่เรากินกันบ่อยๆอีกด้วยนะ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าผักลดน้ำตาลในเลือດมีอะไรบ้างเราจะได้กินผักชนิดนั้นๆบ่อยขึ้นไง
ส่วนผสมสมุนไพร
-รากใบเตย
-ใบมะยม

วิธีทำ
1.ใช้ใบมะยมสดและรากเตยสดหรือแห้งก็ได้ต้มรวมกันแล้วใช้น้ำมาดื่มกิน
2.ถ้าไม่มีรากเตยก็ใช้ใบมะยมอย่างเดียว(ใส่มะตูมแห้งแบบเป็นแผ่นเพิ่มได้)

3.เมื่อกินใบมะยมระยะแรกจะกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตน้ำตาลมากกว่าเดิมแต่ไม่เพลียไม่เหนื่อย
4.ต่อไปเมื่อตับอ่อนแข็งแรงแล้วตับอ่อนจะทำงานของมันเองได้เต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาอินซูลินจากภายนอกแล้วตับอ่อนจะคุมน้ำตาลด้วยตัวของมันเองและใบมะยมจะกระตุ้นน้ำตาลให้ขึ้นไปเลี้ยงสมอง

ถ้าต้มใบมะยมกินน้ำควรกินให้หมดภายในวันนั้นก็จะได้โอสถสาร ต้มใบมะยมรวมกับรากใบเตยจะได้รากเตยมาช่วยฟื้นฟูตับอ่อนให้แข็งแรง คนที่เป็นเบาหวานแต่อยากกินของหวานก็กินใบมะยมสดๆ สัก2-3ก้าน(ก้านไม่ต้องกิน)ลงไปรองท้องก่อนเคี้ยวไม่ไหวก็ปั่นกินได้แล้วจึงกินของหวาน กากใยของใบมะยมจะช่วยดูดซับน้ำตาลไม่ให้ดูดซึมเข้ากระแสเลือດและเมื่อกินของหวานแล้วก็กินน้ำสำรองตามเพื่ออมกากใยไว้รอการขับถ่าย(ใบมะยมใช้กินสด ๆ จิ้มน้ำพริกได้, แกงเรียงใส่ใบมะยมได้

การป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงระดับน้ำตาลในเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาการป้องกันที่ดีจึงอยู่ที่ความใส่ใจในเรื่องการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง รักษาสุขอนามัยพื้นฐานและตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเป็นโรคเบาหวานนั้นควรรับประทานยาและไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอและหากพบความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการควบคุมหรือป้องกันอาการไม่ให้แย่ลง

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว
https://bit.ly/2wB6KhW

Author: loveyim